บทความ
เติมน้ำมันผิดทำไงดี? วิธีรับมือและผลเสียที่คนมีรถต้องรู้
การขับรถไปจอดในปั๊มน้ำมันแล้วเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างการ "เติมน้ำมันผิด" ถือเป็นฝันร้ายที่สุดอย่างหนึ่งของคนรักรถ ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดจากการสื่อสารกับพนักงานปั๊ม หรือความเพลินส่วนบุคคล แต่เชื่อไหมครับว่า การเติมน้ำมันผิดประเภทเพียงแค่ครั้งเดียว อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อระบบเครื่องยนต์ และส่งผลให้ค่าซ่อมแซมบานปลายสูงมากจนคุณต้องปวดหัว
วันนี้ โตโยต้าทองรวยสีมา จะพาทุกท่านมาเจาะลึกถึงผลเสียของการเติมน้ำมันผิดประเภท พร้อมเปิดเผยข้อควรปฏิบัติที่สำคัญที่สุด เพื่อให้คุณรับมือได้อย่างทันท่วงทีและเซฟเงินในกระเป๋าให้ได้มากที่สุดครับ!
เปิดผลเสียการเติมน้ำมันผิด: อาจจ่ายแพงหลักแสน!
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมการ เติมน้ำมันผิด ส่งผลเสียรุนแรงขนาดไหน? คำตอบคือ เครื่องยนต์เบนซินและดีเซลมีระบบการจุดระเบิดและการทำงานของระบบเชื้อเพลิงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การนำน้ำมันผิดประเภทเข้ามาวิ่งในระบบ จึงส่งผลกระทบโดยตรงดังนี้ครับ
1. กรณีรถเบนซินแต่เติมน้ำมันดีเซล
น้ำมันดีเซลมีความหนืดสูงกว่าน้ำมันเบนซิน เมื่อนำไปเติมในเครื่องยนต์เบนซินจะส่งผลให้:
- การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์: เครื่องยนต์ไม่สามารถจุดระเบิดน้ำมันดีเซลได้ตามปกติ
- รถสตาร์ทไม่ติด: เขม่าจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์จะเข้าไปเกาะตามหัวเทียนและห้องเผาไหม้
- ระบบไส้กรองเชื้อเพลิงเสียหาย: น้ำมันดีเซลจะเข้าไปอุดตันในกรองเบนซินและหัวฉีด จนทำให้ระบบจ่ายน้ำมันพังเสียหาย
2. กรณีรถดีเซลแต่เติมน้ำมันเบนซิน
กรณีนี้ถือว่าอันตรายอย่างมากต่อระบบปั๊มเชื้อเพลิง เนื่องจากน้ำมันดีเซลทำหน้าที่เป็นสารหล่อลื่นในตัว ต่างจากเบนซินที่มีคุณสมบัติเป็นกัดกร่อนและล้างคราบไขมัน:
- ปั๊มเชื้อเพลิงและหัวฉีดทำงานผิดปกติ: ความแรงและคุณสมบัติของเบนซินจะเข้าไปทำลายแรงดันและส่วนหล่อลื่นในปั๊มดีเซล (ปั๊มแรงดันสูง) ทำให้ชิ้นส่วนโลหะเสียดสีกันจนเกิดเศษโลหะ
- เครื่องยนต์มีอาการสะดุด: การจุดระเบิดจะผิดจังหวะ เครื่องยนต์กระตุกอย่างรุนแรง
- รถดับกลางทาง: หากฝืนขับต่อไป หัวฉีดจะล็อก และเครื่องยนต์จะดับลงทันที ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้
ข้อควรปฏิบัติที่สำคัญที่สุด: รู้ตัวว่าเติมผิด "ห้ามสตาร์ทเครื่องเด็ดขาด!"
หากคุณตั้งสติได้ทันทีที่หน้าหัวจ่าย หรือเพิ่งรู้ตัวว่าเติมน้ำมันผิดประเภท คำแนะนำและกฎเหล็กที่สำคัญที่สุดคือ "อย่าเพิ่งสตาร์ทเครื่องยนต์เด็ดขาด!"
เหตุผลก็เพราะว่า ตราบใดที่เรายังไม่บิดกุญแจหรือกดปุ่ม Engine Start น้ำมันที่ผิดประเภทยังคงลอยลำอยู่ในถังบรรจุเท่านั้น ยังไม่ได้ถูกปั๊มเชื้อเพลิงดูดเข้าสู่ระบบสายส่ง หัวฉีด หรือห้องเผาไหม้เลยแม้แต่น้อย
วิธีแก้ไขเบื้องต้น:
1. แจ้งพนักงานปั๊มทันที: เพื่อทำการเข็นรถไปจอดในพื้นที่ปลอดภัย (ห้ามสตาร์ทเครื่องเพื่อถอยหรือเคลื่อนรถ)
2. ทำการถ่ายน้ำมันเดิมออก (Flushing): ติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญมาทำการสูบ/ถ่ายน้ำมันที่ผิดออกจากถังให้หมด
3. เติมน้ำมันที่ถูกต้องเข้าไปใหม่: จากนั้นทำการไล่ระบบเชื้อเพลิงเบื้องต้น แล้วจึงทดลองสตาร์ทเครื่องยนต์